Skip to Content

คุมการผลิตให้ทันแผน และรู้ก่อนว่าเครื่องจักรจะหยุดเมื่อไร


เชื่อมใบสั่งขาย สต็อก การเติมสินค้า ใบขอราคา และใบสั่งซื้อไว้ในระบบเดียว ให้ฝ่ายขายตอบลูกค้าได้จากข้อมูลจริง ขณะที่คลังและจัดซื้อเห็นงานถัดไปโดยไม่ต้องรอส่งไฟล์กัน

SALES ORDER → STOCK → RFQ → RECEIPT → DELIVERY

เชื่อม Sales, Inventory, Purchase, Quality และ Maintenance ให้แผนผลิต วัตถุดิบ งานหน้างาน และเครื่องจักรใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ทีมจึงรู้ว่าควรผลิตอะไร เมื่อไร ติดที่จุดไหน และต้นทุนจริงกำลังเปลี่ยนอย่างไร

 Sales Forecast → Manufacturing Order → Components → Work Orders → Quality → Maintenance 

3 จังหวะที่ทำให้โรงงานเสียกำลังผลิต โดยรู้ตัวช้าเกินไป


แผนขายมาแล้ว แต่วัตถุดิบยังไม่พร้อม

ใบสั่งซื้อและสต็อกไม่ได้สะท้อนความต้องการจากแผนผลิต ทำให้ต้องเร่งซื้อ แทรกคิว หรือเลื่อนส่งลูกค้า

งานผลิตเดินอยู่ แต่ไม่รู้คอขวดอยู่เครื่องไหน

สถานะ Work Order และเวลาจริงไม่ถูกบันทึกจากหน้างาน ผู้จัดการจึงเห็นปัญหาหลังคิวผลิตสะสมไปแล้ว

เครื่องหยุดกะทันหัน แล้วทุกคนเพิ่งเริ่มหาประวัติ

ประวัติการซ่อม อะไหล่ และรอบบำรุงรักษากระจายอยู่หลายที่ ทำให้เวลาหยุดเครื่องยาวเกินจำเป็น

จากความต้องการลูกค้าถึงสินค้าสำเร็จรูป ต้องเป็นเส้นเดียว

เมื่อยอดขายหรือ Forecast เปลี่ยน Odoo ช่วยคำนวณสิ่งที่ต้องผลิต ตรวจวัตถุดิบ สร้าง Manufacturing Order และ Work Order ก่อนรับผลผลิตเข้าคลัง พร้อมส่งข้อมูลต้นทุนและคุณภาพกลับไปยังผู้เกี่ยวข้อง

Demand → MPS → Manufacturing Order → Work Orders → Quality → Finished Goods

Shop Floor ทำให้หน้างานรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ โดยไม่ต้องรอเอกสาร

ส่ง Work Order ไปยังแต่ละ Work Center พร้อมขั้นตอน เอกสาร และเวลามาตรฐาน พนักงานเริ่ม–หยุดงาน บันทึกของเสีย และแจ้งปัญหาจากหน้าจอเดียว

สแกน Barcode เพื่อยืนยันการเบิกวัตถุดิบ เลขล็อต และผลผลิต ลดการเขียนกระดาษซ้ำ พร้อมให้สถานะจริงไหลกลับไปยังคลังและแผนผลิตทันที

WORK ORDERS • SHOP FLOOR • BARCODE

วาง Manufacturing Order บนแผนงาน เปรียบเทียบกำลังการผลิตของ Work Center กับเวลาที่ต้องใช้จริง และเห็นการขาดวัตถุดิบก่อนปล่อยงาน เมื่อคิวหรือทรัพยากรเปลี่ยน ทีมเห็นผลกระทบต่อกำหนดส่งทันที


แผนผลิตที่ดี ต้องเห็นทั้งกำลังคน เครื่องจักร และวัตถุดิบ

ผู้บริหารโรงงานควรเห็นอะไร ก่อนรับออเดอร์เพิ่ม


Production Capacity

ผลิตได้เท่าไรในเวลาที่มี

ดูโหลดของแต่ละ Work Center เวลาคงเหลือ และคิวที่เสี่ยงเกินกำหนดก่อนยืนยันวันส่ง


 CAPACITY

Material Readiness

วัตถุดิบพร้อมปล่อยผลิตหรือยัง

เห็น Available, Reserved และ Expected พร้อมรายการที่ต้องซื้อหรือผลิตต่อก่อนเริ่มงาน


 MATERIALS

Manufacturing Cost

สินค้ารุ่นไหนต้นทุนจริงเริ่มเกินแผน

เทียบวัตถุดิบ เวลาแรงงาน ค่าเครื่อง ของเสีย และต้นทุนจริงต่อ Manufacturing Order


 COST CONTROL

บำรุงรักษาก่อนเสีย เพื่อไม่ให้แผนผลิตหยุดตามเครื่องจักร

วาง Preventive Maintenance ตามชั่วโมงใช้งาน รอบเวลา หรือข้อมูลการผลิต พร้อมสร้าง Corrective Request จากหน้างานเมื่อพบความผิดปกติ

ทีมเห็นประวัติเครื่องจักร ผู้รับผิดชอบ อะไหล่ วันซ่อม และตัวชี้วัด MTBF/MTTR ในระบบเดียว ช่วยวางแผนหยุดเครื่องในเวลาที่กระทบการผลิตน้อยที่สุด

PREVENTIVE • CORRECTIVE • MTBF • MTTR

เริ่มจากสินค้าหนึ่งกลุ่ม แล้วค่อยขยายการควบคุมทั้งโรงงาน

ไม่จำเป็นต้องย้ายทุกไลน์ผลิตพร้อมกัน แต่ต้องทำให้ Bill of Materials, Routing, Work Center และจุดตรวจคุณภาพของสินค้านำร่องเชื่อถือได้ก่อน




STEP 01 • Map Product & Bill of Materials

จัดโครงสร้างสินค้า วัตถุดิบ ขั้นตอนการผลิต ของเสีย และหน่วยวัดให้ตรงกับงานจริง




STEP 02 • Connect Demand & Supply

เชื่อม Forecast, Sales, Purchase และ Inventory เพื่อให้ระบบแนะนำสิ่งที่ต้องผลิตหรือจัดซื้อ



STEP 03 • Launch Shop Floor & Quality

ปล่อย Work Order ให้หน้างาน บันทึกผลผลิต ของเสีย เวลา และ Quality Check จากจุดทำงานจริง




STEP 04 • Add Maintenance & Costing

เพิ่ม Preventive Maintenance และวิเคราะห์ต้นทุนจริง ก่อนขยายไปยังสินค้าและไลน์ผลิตอื่น


อย่าเริ่มจากติดจอในโรงงาน เริ่มจากทำให้ข้อมูลการผลิตเชื่อถือได้


เป้าหมายไม่ใช่แค่ผลิตให้เสร็จ แต่คือรู้ว่าออเดอร์นี้ใช้วัตถุดิบ เวลา และเครื่องจักรเท่าไร พร้อมแก้ก่อนต้นทุนหรือกำหนดส่งหลุด

SME need to know -
Odoo Consulting Partner

SME need to know ช่วยทบทวนตั้งแต่ Demand, Bill of Materials, Routing, Work Center, Quality ไปจนถึง Maintenance และต้นทุน เพื่อออกแบบ Odoo Manufacturing ให้หน้างานใช้จริงและผู้บริหารเห็นปัญหาก่อนกระทบลูกค้า


ขอ Business System Check-up